วันนี้มาแปลกครับ เจอหัวเอนทรีแบบนี้ งงมั้ยละเนี่ย

ความจริงแล้วมันก็เป็นเนื้อหาของ category ที่เปิดไว้นานนมแล้ว แต่ยังไม่มีเอนทรีซักที  เนื่องจากเหตุผลหลาย ประการ (แก้ตัวไปก็เท่านั่นแหละ เหอะ เหอะ) ตอนนี้ได้โอกาสเอาความรู้มาประดับบล็อกซะที

 

อย่างที่บอกไว้ที่หัวเรื่องแหละครับ ทุกอย่างมันสัมพันธ์กันหมดเลย

เหตุที่ผมเอาเชื้อตัวนี้มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็เพราะว่าตอนนี้ที่จังหวัดขอนแก่นมีรายงานข่าวเกี่ยวกับ ผู้ป่วยอหิวาตกโรคอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว

 ก่อนอื่นก็ต้องแนะนำตัวเจ้าตัวร้ายของเราก่อนนะครับ

Vibrio เป็นเชื้อแยคทีเรียที่อาศัยได้ในน้ำจืดและน้ำเค็มมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศเขตร้อน และเขื้อในสกุลนี้ มีสมาชิกกว่า 60 สปีชีส์เลยทีเดียว โดยสปีชีิส์ที่ก่อโรคในคนได้แก่ Vibrio chlorelae, Vibrio parahemolyticus และ Vibrio vulnificus และอื่นๆ อีกมากมายครับผม

ในที่นี้ตัวร้ายตัวเด่นของเราก็คือ Vibrio chorelae ซึ่งจัดเป็นเชื้อก่อโรคที่สำคัญ โดยพบว่าเป็นสาเหตุของ โรคท้องร่วงรุนแรง หรืออหิวาตกดรคนั่นเอง โดยเชื้อ V. chlorelae สายพันธุ์ O1 ก่อให้เกิดการระบาดทั่วโลก มาแล้วทั้งสิ้น 7 ในอดีต โดยครั้งแรกใน ค.ศ. 1816 แต่มาในปี ค.ศ. 1854 Pacini ได้ค้นพบเชื้อก่อโรคดังกล่าว และได้ตั้งชื่อว่า Kommabacillus เนื่องจากเชื้อดังกล่าวเมื่อมองจากกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นรูปแท่ง (bacillus) ที่ไม่ตรงเสียทีเดียว แต่จะเห็นเป็นรูปร่างโค้งงอคล้ายกับเครื่องหมายคอมมา จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อดังกล่าว

 

การระบาดครั้งล่าสุด (1992) เริ่มต้นที่ประเทศอินเดีย โดยเชื้อที่พบมีการระบาดในช่วงแรกคือ  V. chlorelae O139 และหลังจากนั้นก็มีการระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา จึงเชื่อว่าอาจเป็นการระบาดทั่วโลกครั้งที่ 8 ซึ่งยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน (อ้างอิง 2006)

 ลักษณะอาการของป่วยที่ติดเชื้อ V. chlorelae ในระบบทางเดินอาหาร คือมีอาหารถ่ายเป็นน้ำ (waterry diarrhea)โดยอุจจาระมีลักษณะเป็นน้ำขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว และมีลิ่มมูกปน เนื่องจากสารพิษที่เชื้อผลิตขึ้นส่งผลให้เซลล์ในลำไส้มีการขับน้ำ และเกลือแร่ออกมา และรบกวนการดูดน้ำและเกลือแร่ ซึ่งเป็นหน้าที่ปกติของลำไส้

และนอกจากนี้ยังพบว่ามีเืชื้อ Vibrio อีกหลายชนิดที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่นV. parahemolyticus โดยเชื้อชนิดนี้มีลักษณะเด่นคือ ต้องการเกลือในการเจริญ จึงพบในน้ำเค็ม และพบว่ามีการปนเปื้อนสูงในอาหารทะเล และลักษณะเด่นประการหนึ่งของเชื้อชนิดนี้คือ เมื่อทำการเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อที่่จำเพาะต่อเชื้อชนิดนี้ (Wagatsuma agar)ที่มีส่วนผสมของเลือดพบว่าสามารถย่อยสลายเม็ดเลือดแดงได้ เนื่องจากเชื้อสามารถผลิตสารพิษ (toxin) ที่มีชื่อว่า Thermostable direct hemolysin (TDH) ได้

พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อดังกล่าวมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ต่ำ และหายได้เองภายใน 2-3 วัน (แต่ต้องทดแทนน้ำที่เสียไปนะครับ ไม่งั้นแย่แน่ๆ ) โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (anti biotic) หรือสารต้านแบคทีเรีย (anti bacterial) เมื่อสอบประวัติผู้ป่วยพบว่าได้รับเชื้อจากการกินอาหารทะเล ทั้งที่ปรุงไม่สุก หรืออาหารทะเลดิบๆ เช่น ปลาิดิบ หอยนางรม ดังนั้น การแก้ไขพฤติกรรมการกินนั้น นับว่าเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลดีทีเดียวครับ

 อ้างอิง

 

  • ภัทรชัย กีรติสิน ตำราแบคทีเรียวิทยาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2549
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Vibrio_cholerae.jpg
  • http://bepast.org/dataman.pl?c=lib&dir=docs/photos

 

edit @ 20 Oct 2007 04:39:48 by apple666 (Nopphasul)

edit @ 30 Oct 2007 18:13:30 by apple666 (Nopphasul)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่ากลัวมากครับ

ผมเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่ชอบกินแบบสุกๆ ดิบๆ

โดยเฉพาะปลาดิบนี่...แหะๆ


ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ได้รู้ข้อมูลทางชีววิทยามากขึ้น

โอ๊ะ ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่สน คนไม่กินอาหารทะเล กินเป็นแค่กุ้ง
ที่เหลือกินไม่เป็น ยิ่งพวงสุกๆ ดิบๆนี่ แล้วใหญ่ค่ะ
อิอิ ล้อเล่นน้า เดวคนเอามาลงจะน้อยใจ big smile

#2 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-21 01:05

ยังงี้คนญี่ปุ่นมิเป็นกันทั้งประเทศเหรอเนี่ย
เห็นเชื้อโรคแล้วหยะแหยง น่ากัวๆ

#3 By จั่นเจา on 2007-10-21 09:01

มีสาระมากๆ ค่ะ

แต่รูปแล้วอี๋มากเลย บรึ๋ยยย

#4 By *รักเร้น* on 2007-10-21 09:53

>>>กวงคุง
ถ้าปลาดิบที่ว่านี่หมายถึงซาซึมิอ่ะ พ่อครัวเค้าเก่งครับ มีวิธีการปรุงที่ดี
แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเวลาที่เราได้รบเชื้ออะไรก็ตาม จะมีปริมาณต่ำสุดที่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
(Infection dose) ถ้าหากได้รับเชิ้อไม่ถึงปริมาณดังกล่าว ก็มีโอกาสป่วยได้น้อยครับ
>>> คุณโอ๊ะ
ค้าบผม แต่กุ้งคลอเรสเตอรอลค่อนข้างสูงนะครับ อิอิ
เดี๋ยวคนสวยหุ่นเสียนะครับ (ระวังโรคหลอดเลือดด้วยอ่า)
แต่คงไม่มีใครกินกุ้งแทนข้าวหรอก จริงมั้ยครับ^
^^
>>> คุณจั่นเจา
อ๋อ..
สำหรับพ่อครัวอาหารญี่ปุ่นที่สามารถปรุงซาซึมิได้
จะต้องผ่านการเรียนและการอบรมหลายปีครับ
แล้วก็ไม่ค่อยพบนะครับว่าคนที่กินปลาดิบ (แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ) ป่วยด้วยโรคนี้
นั่นก็คงเป็นเพราะอาหารญี่ปุ่นเป็นภูมิปัญญาของเค้าอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ ^^big smile
และหนึ่งในนั้นก็คือ เค้ามีวิธีลดปริมาณเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาให้อยู่ในปริมาณไม่อันตรายครับผม ^^

>>> คุณรักเร้น
ครับผมขอบคุณครับ
ส่วนรูปที่แสดงเป็นเชื้อบริสุทธิ์ ที่เลี้ยงในหลอดทดลองนะครับ
ก็เลยค่อนข้างคับคั่งหน่อย
อาจดูรับได้ยากสักหน่อยครับผม ^^

#5 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-22 12:49

เจ้าตัวนี้แกรมลบ ย้อมแกรมติดสีแดงใช่ม่ะ ผมจำได้อยู่น่ะ ถึงจะเรียนผ่านไปนานมาก อยู่กลุ่ม(ใช้คำว่าอะไรหว่า)เดียวกับ Salmonella นี่ก็แสบอีกตัว

#6 By palermos on 2007-10-22 14:15

big smile

#7 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-24 14:03

ปลาดิบก็ชอบกิน ส้มตำปู ปลาร้าก็กินบ่อย
เวลากินพยายามจะไม่คิดถึงเชื้อโรคอ่ะค่ะ
รู้ว่าไม่ดีแต่ก็อดกินไม่ได้

#8 By eeddy(อี๊ด) on 2007-10-24 15:21

คุณอี๊ดกินบ่อย


..
ส่วนผม กินเป็นอาชีพครับ
หุหุ

เอามาลงประดับความรู้เฉยๆ ครับ
อย่าซีเรียสมากครับ ^^

#9 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-25 02:44

วันก่อน กินหอยแครง ไปเหมามาจากมหาชัย พอดีเป็นคน ถ่ายไม่ทุกวันแต่ถ่ายทีเยอะอ่านะ ล็อตที่มันท้องเสีย ดันมาตรงกับวันที่กำลังจะกลับบ้านพอดี ทรมานมาก ไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเรื่อแถว กองทัพเรือ ก็ไม่อร่อยมันปวดจัด กลับมาถึงบ้าน เสร็จ.......... เฮ้อ ปลอดภัยแระ ตอนกลับกลับรถกลางคืน กลัวมัน มาอีกจริงๆ แต่ก็ หมดไป รอดไปแระ confused smile

#10 By หมีขั้วโลก™ on 2007-10-25 17:40

หวัดดีครับ ตอนนี้ผมกลับมาจากช่วงหยุดยาว มาเขียนบลอคต่อแล้วนะครับ

แล้วก็ ... มาอวยพรคุณ Apple666 ด้วยครับ เนื่องในโอกาสที่ Comment ของคุณ Apple666 ที่โพสต์ไว้ใน Entry ล่าสุดของบลอคผม เป็น Comment ที่ 800 พอดี

ขอให้โชคดี มีความสุขมากๆ นะครับbig smile

#11 By CHAN on 2007-10-28 21:09

ทำไมโอ๊ะคลิคโปรไฟล์คุณไม่ได้ค่ะ แฮะๆจะมาถามว่าชื่อเล่นอะไรค่ะ ไม่บอกจะเรียกแอปเปิ้ลตองหกอ่ะ อิอิbig smile

#12 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-29 14:59

เทปรักโน๊ต

#14 By นาง (203.172.139.242) on 2007-11-06 10:52

surprised smile wink double wink cry tongue sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#15 By 1 (202.129.13.161) on 2007-11-23 20:09

embarrassed

#16 By อหิวาตกโรค (203.172.167.100) on 2008-01-02 15:09

embarrassed sad smile embarrassed double wink

#17 By อหิวาตกโรค (203.172.167.100) on 2008-01-02 15:09

น่ากลัวมากค่ะ
มิ้นรักเนตรมากนะ

#18 By คนขี้เหงา (203.172.167.100) on 2008-01-02 15:11

ติ๊ดตี่อยากบอกให้ทุกรู้ว่ารักบาส

#19 By ติ๊ดตี่ (203.172.167.100) on 2008-01-02 15:17

Hello! Good Site! Thanks you! zmvimgqfssfq

#20 By soopmkdnfx (212.107.116.240) on 2008-01-28 08:56

confused smile confused smile

#21 By (222.123.122.200) on 2008-07-05 16:53

#22 By (222.123.122.200) on 2008-07-05 16:55

big smileรัก open-mounthed smileคนconfused smile เขียนsad smile เกียจangry smile tongue คนtongue อ่านquestion cry ชอบคนอ่าน

#23 By รัก (222.123.122.200) on 2008-07-05 16:59

ได้ความรู้ดีค่ะ

เอาไปทำรายงานได้ส่วนหนึ่งค่ะ

...เด็ก food tech

#24 By midori (202.142.204.2) on 2008-07-27 13:59

ดีใจครับ ที่บล็อกน้อยๆ ได้เกิดประโยชน์บ้าง
มีข้อสงสัยอะไรก็ทิ้ง comment ไว้ถามได้นะครับผม

#25 By apple666 (Nopphasul) on 2008-07-29 16:49

Just added my own blog this month. I need some inspiration. Thx.

#26 By Bill (124.122.91.23) on 2009-09-24 20:48

your code here

your code here

your code here