Vibrio, ปลาหมึก, หอยนางรม, ปลาร้า และอหิวาตกโรค
posted on 20 Oct 2007 00:22 by apple666 in Medical-Microbiologyวันนี้มาแปลกครับ เจอหัวเอนทรีแบบนี้ งงมั้ยละเนี่ย
ความจริงแล้วมันก็เป็นเนื้อหาของ category ที่เปิดไว้นานนมแล้ว แต่ยังไม่มีเอนทรีซักที เนื่องจากเหตุผลหลาย ประการ (แก้ตัวไปก็เท่านั่นแหละ เหอะ เหอะ) ตอนนี้ได้โอกาสเอาความรู้มาประดับบล็อกซะที
อย่างที่บอกไว้ที่หัวเรื่องแหละครับ ทุกอย่างมันสัมพันธ์กันหมดเลย
เหตุที่ผมเอาเชื้อตัวนี้มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็เพราะว่าตอนนี้ที่จังหวัดขอนแก่นมีรายงานข่าวเกี่ยวกับ ผู้ป่วยอหิวาตกโรคอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว
ก่อนอื่นก็ต้องแนะนำตัวเจ้าตัวร้ายของเราก่อนนะครับ
Vibrio เป็นเชื้อแยคทีเรียที่อาศัยได้ในน้ำจืดและน้ำเค็มมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศเขตร้อน และเขื้อในสกุลนี้ มีสมาชิกกว่า 60 สปีชีส์เลยทีเดียว โดยสปีชีิส์ที่ก่อโรคในคนได้แก่ Vibrio chlorelae, Vibrio parahemolyticus และ Vibrio vulnificus และอื่นๆ อีกมากมายครับผม
ในที่นี้ตัวร้ายตัวเด่นของเราก็คือ Vibrio chorelae ซึ่งจัดเป็นเชื้อก่อโรคที่สำคัญ โดยพบว่าเป็นสาเหตุของ โรคท้องร่วงรุนแรง หรืออหิวาตกดรคนั่นเอง โดยเชื้อ V. chlorelae สายพันธุ์ O1 ก่อให้เกิดการระบาดทั่วโลก มาแล้วทั้งสิ้น 7 ในอดีต โดยครั้งแรกใน ค.ศ. 1816 แต่มาในปี ค.ศ. 1854 Pacini ได้ค้นพบเชื้อก่อโรคดังกล่าว และได้ตั้งชื่อว่า Kommabacillus เนื่องจากเชื้อดังกล่าวเมื่อมองจากกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นรูปแท่ง (bacillus) ที่ไม่ตรงเสียทีเดียว แต่จะเห็นเป็นรูปร่างโค้งงอคล้ายกับเครื่องหมายคอมมา จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อดังกล่าว
การระบาดครั้งล่าสุด (1992) เริ่มต้นที่ประเทศอินเดีย โดยเชื้อที่พบมีการระบาดในช่วงแรกคือ V. chlorelae O139 และหลังจากนั้นก็มีการระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา จึงเชื่อว่าอาจเป็นการระบาดทั่วโลกครั้งที่ 8 ซึ่งยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน (อ้างอิง 2006)
ลักษณะอาการของป่วยที่ติดเชื้อ V. chlorelae ในระบบทางเดินอาหาร คือมีอาหารถ่ายเป็นน้ำ (waterry diarrhea)โดยอุจจาระมีลักษณะเป็นน้ำขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว และมีลิ่มมูกปน เนื่องจากสารพิษที่เชื้อผลิตขึ้นส่งผลให้เซลล์ในลำไส้มีการขับน้ำ และเกลือแร่ออกมา และรบกวนการดูดน้ำและเกลือแร่ ซึ่งเป็นหน้าที่ปกติของลำไส้
และนอกจากนี้ยังพบว่ามีเืชื้อ Vibrio อีกหลายชนิดที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่นV. parahemolyticus โดยเชื้อชนิดนี้มีลักษณะเด่นคือ ต้องการเกลือในการเจริญ จึงพบในน้ำเค็ม และพบว่ามีการปนเปื้อนสูงในอาหารทะเล และลักษณะเด่นประการหนึ่งของเชื้อชนิดนี้คือ เมื่อทำการเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อที่่จำเพาะต่อเชื้อชนิดนี้ (Wagatsuma agar)ที่มีส่วนผสมของเลือดพบว่าสามารถย่อยสลายเม็ดเลือดแดงได้ เนื่องจากเชื้อสามารถผลิตสารพิษ (toxin) ที่มีชื่อว่า Thermostable direct hemolysin (TDH) ได้
พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อดังกล่าวมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ต่ำ และหายได้เองภายใน 2-3 วัน (แต่ต้องทดแทนน้ำที่เสียไปนะครับ ไม่งั้นแย่แน่ๆ ) โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (anti biotic) หรือสารต้านแบคทีเรีย (anti bacterial) เมื่อสอบประวัติผู้ป่วยพบว่าได้รับเชื้อจากการกินอาหารทะเล ทั้งที่ปรุงไม่สุก หรืออาหารทะเลดิบๆ เช่น ปลาิดิบ หอยนางรม ดังนั้น การแก้ไขพฤติกรรมการกินนั้น นับว่าเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลดีทีเดียวครับ
อ้างอิง
- ภัทรชัย กีรติสิน ตำราแบคทีเรียวิทยาทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2549
- http://en.wikipedia.org/wiki/Image:Vibrio_cholerae.jpg
- http://bepast.org/dataman.pl?c=lib&dir=docs/photos
- ์
edit @ 20 Oct 2007 04:39:48 by apple666 (Nopphasul)
edit @ 30 Oct 2007 18:13:30 by apple666 (Nopphasul)
ล้อเล่นน้า เดวคนเอามาลงจะน้อยใจ

ผมเป็นคนหนึ่งล่ะ ที่ชอบกินแบบสุกๆ ดิบๆ
โดยเฉพาะปลาดิบนี่...แหะๆ
ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ได้รู้ข้อมูลทางชีววิทยามากขึ้น
#1 By ~กวงคุง~ watashi wa HS-TAC desu on 2007-10-20 15:27